สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note 3 หรือ
แท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab 10.1 (2014 edition) แต่เป็นอุปกรณ์ smart watch หรือนาฬิกาอัจฉริยะที่ถูกเรียกว่า "Samsung Galaxy Gear"Samsung Galaxy Gear ถือเป็นอุปกรณ์ประเภทนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรกของซัมซุงที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกหลายๆ
อย่างในการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน ผู้ใช้งานสามารถรับสาย, ส่งข้อความ, ดาวน์โหลดแอพฯ
หรือแม้กระทั่งถ่ายรูปและบันทึกวิดีโอสิ่งที่ต้องทำในเบื้องต้นก็คือ
"การจับคู่" เพราะตัวนาฬิกาถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน ดังนั้นก่อนจะใช้งานนาฬิกาในครั้งแรกก็ต้องทำการจับคู่อุปกรณ์ทั้งสองเข้าด้วยกันเสียก่อนสำหรับ Samsung Galaxy Gear จะสามารถใช้งานร่วมกับ Samsung Galaxy Note 3 และแท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab 10.1 (2014 edition) ซึ่งเปิดตัวพร้อมกันภายในงาน
และการอัพเดทซอฟต์แวร์ในช่วงเดือนตุลาคมจะช่วยให้ Samsung
Galaxy Gear สามารถใช้งานร่วมกับ Samsung Galaxy S4, Galaxy S3 และ Galaxy Note II
นาฬิกาอัจฉริยะจากผู้ผลิตค่ายอื่นอย่าง Sony SmartWatch, Pebble, WIMM One ไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้สำหรับอุปกรณ์เฉพาะรุ่นเหมือนอย่าง Samsung Galaxy Gear แต่อย่างไรก็ตาม การจำกัดการใช้งานเฉพาะอุปกรณ์บางรุ่นก็ช่วยให้ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ
คุณสมบัติทางด้านซอฟต์แวร์
Samsung Galaxy Gear รันระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับหน้าจอสัมผัสขนาด 1.63 นิ้ว ซึ่งถือว่ามีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับหน้าจอของสมาร์ทโฟน โดยลูกเล่นบนหน้าจอจะไม่มี widgets, หน้าจอหลักที่หลากหลาย หรือแถบเครื่องมือเฉพาะทางอย่างเช่นอุปกรณ์แอนดรอยด์ทั่วไป แต่จะมีเพียงหน้านาฬิกาที่เรียบง่ายถูกออกแบบให้เป็นหน้าจอหลัก (home screen), ระบบเมนูจะถูกแสดงผลในรูปแบบไอคอน ซึ่งสามารถเข้าใช้งานด้วยการปัดเลื่อนบนหน้าจอไปทางซ้าย-ขวา เพื่อเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ, ไอคอนหมายเลขโทรศัพท์ และกล้องถ่ายรูปแอพพลิเคชั่นที่ถูกติดตั้งมาใน Samsung Galaxy Gear ได้แก่ฟังก์ชั่นพื้นฐาน เช่น การแจ้งเตือน, นาฬิกาจับเวลา, ปฏิทิน, ฟังก์ชั่นบันทึกเสียง จะสามารถแปลเสียงของผู้ใช้ให้อยู่ในลักษณะข้อความตัวอักษร,แอพฯ วัดจำนวนก้าวเดินก็สามารถบันทึกจำนวนการก้าวเดินของผู้ใช้ในแต่ละวัน, ฟังก์ชั่น S-Voice ช่วยรับคำสั่งเสียงของผู้ใช้และทำงานบางอย่าง เช่น การโทร, เรียกใช้แอพพลิเคชั่น, ตรวจสอบสภาพอากาศ เป็นต้น
นาฬิกาอัจฉริยะจากผู้ผลิตค่ายอื่นอย่าง Sony SmartWatch, Pebble, WIMM One ไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้สำหรับอุปกรณ์เฉพาะรุ่นเหมือนอย่าง Samsung Galaxy Gear แต่อย่างไรก็ตาม การจำกัดการใช้งานเฉพาะอุปกรณ์บางรุ่นก็ช่วยให้ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ
คุณสมบัติทางด้านซอฟต์แวร์
Samsung Galaxy Gear รันระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับหน้าจอสัมผัสขนาด 1.63 นิ้ว ซึ่งถือว่ามีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับหน้าจอของสมาร์ทโฟน โดยลูกเล่นบนหน้าจอจะไม่มี widgets, หน้าจอหลักที่หลากหลาย หรือแถบเครื่องมือเฉพาะทางอย่างเช่นอุปกรณ์แอนดรอยด์ทั่วไป แต่จะมีเพียงหน้านาฬิกาที่เรียบง่ายถูกออกแบบให้เป็นหน้าจอหลัก (home screen), ระบบเมนูจะถูกแสดงผลในรูปแบบไอคอน ซึ่งสามารถเข้าใช้งานด้วยการปัดเลื่อนบนหน้าจอไปทางซ้าย-ขวา เพื่อเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ, ไอคอนหมายเลขโทรศัพท์ และกล้องถ่ายรูปแอพพลิเคชั่นที่ถูกติดตั้งมาใน Samsung Galaxy Gear ได้แก่ฟังก์ชั่นพื้นฐาน เช่น การแจ้งเตือน, นาฬิกาจับเวลา, ปฏิทิน, ฟังก์ชั่นบันทึกเสียง จะสามารถแปลเสียงของผู้ใช้ให้อยู่ในลักษณะข้อความตัวอักษร,แอพฯ วัดจำนวนก้าวเดินก็สามารถบันทึกจำนวนการก้าวเดินของผู้ใช้ในแต่ละวัน, ฟังก์ชั่น S-Voice ช่วยรับคำสั่งเสียงของผู้ใช้และทำงานบางอย่าง เช่น การโทร, เรียกใช้แอพพลิเคชั่น, ตรวจสอบสภาพอากาศ เป็นต้น
การออกแบบภายนอก
Samsung Galaxy Gear มาพร้อมหน้าจอสี ระบบสัมผัส ขนาดกว้าง 1.63 นิ้ว เทคโนโลยี AMOLED ความละเอียด 320x320 พิกเซล มีกรอบล้อมรอบหน้าจอสีเงิน มีสายนาฬิกาสีต่างๆ 6 สี (Jet Black, Mocha Gray, Wild Orange, Oatmeal Beige, Rose Gold และ Lime Green) มีไมโครโฟนในตัว 2 อัน จัดวางอยู่ที่ด้านข้างของหน้าปัดทั้งสองด้าน โดยมีระบบตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา พร้อมลำโพงในตัวภายในนาฬิกาขับเคลื่อนด้วย CPU 800MHz, RAM 512MB, ROM 4GB, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 4.0 + BLE, ในส่วนของกล้องความละเอียด 1.9 ล้านพิกเซล (BSI sensor) ถูกวางอยู่ในสายนาฬิกาด้านหน้า, ในตัวนาฬิกามีแบตเตอรี่ความจุ 315mAh ซึ่งสามารถใช้งานได้ประมาณ 25 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
Samsung Galaxy Gear มาพร้อมหน้าจอสี ระบบสัมผัส ขนาดกว้าง 1.63 นิ้ว เทคโนโลยี AMOLED ความละเอียด 320x320 พิกเซล มีกรอบล้อมรอบหน้าจอสีเงิน มีสายนาฬิกาสีต่างๆ 6 สี (Jet Black, Mocha Gray, Wild Orange, Oatmeal Beige, Rose Gold และ Lime Green) มีไมโครโฟนในตัว 2 อัน จัดวางอยู่ที่ด้านข้างของหน้าปัดทั้งสองด้าน โดยมีระบบตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา พร้อมลำโพงในตัวภายในนาฬิกาขับเคลื่อนด้วย CPU 800MHz, RAM 512MB, ROM 4GB, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 4.0 + BLE, ในส่วนของกล้องความละเอียด 1.9 ล้านพิกเซล (BSI sensor) ถูกวางอยู่ในสายนาฬิกาด้านหน้า, ในตัวนาฬิกามีแบตเตอรี่ความจุ 315mAh ซึ่งสามารถใช้งานได้ประมาณ 25 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น